อาการ คัดจมูก เป็นอาการที่หลายคนต้องเคยเจอ ไม่ว่าจะช่วงเป็นหวัด มีภูมิแพ้ อยู่ในห้องแอร์นาน ๆ หรือเจอฝุ่น ควัน และกลิ่นฉุนต่าง ๆ บางครั้งอาการคัดจมูกอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ถ้าคัดจมูกมากก็สามารถรบกวนการนอน การทำงาน การออกกำลังกาย และทำให้ต้องหายใจทางปากแทนได้ ซึ่งอาการ “คัดจมูก” เกิดจาก เยื่อบุภายในจมูกบวมและมีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น ร่วมกับการมีน้ำมูกหรือเมือกมากขึ้น จึงทำให้ช่องทางเดินอากาศแคบลงและรู้สึกหายใจไม่สะดวก
อะไรเป็นสาเหตุของอาการคัดจมูก?
อาการคัดจมูกเกิดได้จากหลายสาเหตุ และบางคนอาจมีมากกว่าหนึ่งสาเหตุพร้อมกัน
- ไข้หวัดและการติดเชื้อทางเดินหายใจ
เมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัส เยื่อบุจมูกจะเกิดการอักเสบและบวม ทำให้มีน้ำมูก จาม และคัดจมูกตามมา โดยไข้หวัดทั่วไปมักดีขึ้นเองภายในประมาณ 7–10 วัน - โรคภูมิแพ้
ฝุ่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ เชื้อรา หรือสารก่อภูมิแพ้จากสัตว์เลี้ยง สามารถกระตุ้นปฏิกิริยาภูมิแพ้ ทำให้เกิดอาการคัดจมูก น้ำมูกใส จาม คันจมูก รวมถึงคันหรือเคืองตาได้ - เยื่อบุจมูกอักเสบจากสิ่งกระตุ้น
แม้ไม่ได้เป็นภูมิแพ้ การสัมผัสควันบุหรี่ ฝุ่น มลพิษ กลิ่นน้ำหอม กลิ่นสารเคมี อากาศเย็น หรือการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ก็สามารถกระตุ้นให้จมูกบวมและคัดได้ - ไซนัสอักเสบหรือความผิดปกติภายในจมูก
เช่น ไซนัสอักเสบ ผนังกั้นจมูกคด หรือมีติ่งเนื้อในจมูก ซึ่งอาจทำให้คัดจมูกเป็นเวลานานหรือเป็นซ้ำบ่อย ๆ
เมื่อคัดจมูก ควรดูแลตัวเองอย่างไร?
ถ้าอาการไม่ได้รุนแรง การดูแลตัวเองง่าย ๆ สามารถช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นได้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
น้ำช่วยให้สารคัดหลั่งไม่เหนียวข้นจนเกินไป และช่วยให้ขับน้ำมูกได้ง่ายขึ้น - ใช้น้ำเกลือล้างหรือพ่นจมูก
น้ำเกลือสามารถช่วยชะล้างน้ำมูก สารก่อภูมิแพ้ และสิ่งระคายเคืองออกจากโพรงจมูก รวมถึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้เยื่อบุจมูก หากใช้วิธีล้างจมูก ควรใช้น้ำที่ปลอดภัย เช่น น้ำกลั่น น้ำปราศจากเชื้อ หรือน้ำต้มสุกที่ปล่อยให้เย็นแล้ว ไม่ควรใช้น้ำประปาโดยตรงในการล้างจมูก - หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น
พยายามหลีกเลี่ยงฝุ่น ควันบุหรี่ ควันรถ กลิ่นน้ำหอม หรือสารเคมีที่ทำให้คัดจมูกมากขึ้น - พักผ่อนให้เพียงพอ
โดยเฉพาะเมื่ออาการคัดจมูกเกิดร่วมกับไข้หวัดหรือการติดเชื้อทางเดินหายใจ การพักผ่อนช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น - เพิ่มความชื้นในอากาศเมื่ออากาศแห้ง
อากาศที่แห้งอาจทำให้เยื่อบุจมูกระคายเคืองและรู้สึกคัดมากขึ้น การใช้เครื่องเพิ่มความชื้นอาจช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ควรทำความสะอาดเครื่องอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย - การพิจารณาใช้ยาพ่นแก้คัดจมูก
ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกได้อย่างรวดเร็ว และออกฤทธิ์ลดอาการคัดจมูกได้นาน เหมาะสำหรับคนที่มีอาการคัดจมูกปานกลางถึงมาก แต่อย่างไรก็ตามก่อนใช้ยากลุ่มนี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง

ถ้าคัดจมูกมาก การใช้ยาพ่นแก้คัดจมูกช่วยได้อย่างไร?
เมื่อเยื่อบุจมูกบวม ช่องทางเดินอากาศจะตีบลง การใช้ยาพ่นแก้คัดจมูก ที่มีตัวยา Oxymetazoline จะช่วยทำให้หลอดเลือดบริเวณเยื่อบุจมูกหดตัว ส่งผลให้เยื่อบุจมูกที่บวมยุบลง ช่องทางเดินอากาศจึงเปิดกว้างขึ้นและช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น โดยยา Oxymetazoline เป็นยาพ่นแก้คัดจมูกที่ออกฤทธิ์เฉพาะที่ ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกได้อย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลา 2-3 นาที และมีระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่ยาวประมาณ 12 ชั่วโมง
วิธีใช้ยาพ่นจมูกให้ถูกต้อง
การพ่นยาอย่างถูกวิธีช่วยให้ยาไปสัมผัสบริเวณเยื่อบุจมูกได้เหมาะสม
- สั่งน้ำมูกเบา ๆ ก่อนพ่นยา เพื่อให้โพรงจมูกโล่งขึ้น
- เขย่าหรือเตรียมขวดตามคำแนะนำบนฉลาก และเปิดฝาครอบ
- ก้มหน้าเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องเงยหน้า จากนั้นใส่หัวพ่นเข้าไปในรูจมูกอย่างระมัดระวัง
- พ่นยาตามจำนวนที่ระบุบนฉลาก โดยทั่วไป oxymetazoline 0.05% สำหรับผู้ใหญ่และเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไปมีแนวทางการใช้ 2–3 พ่นต่อรูจมูกทุก 10–12 ชั่วโมง แต่คำแนะนำอาจแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ จึงควรอ่านฉลากและทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
- ไม่ควรใช้เกินขนาดหรือใช้ถี่กว่าที่แนะนำ
- เช็ดหัวพ่นให้สะอาดและปิดฝาหลังใช้ และไม่ควรใช้ขวดพ่นร่วมกับผู้อื่นเพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อ (Drugs.com)
ใช้ยาพ่นลดคัดจมูกต่อเนื่องนาน ๆ ได้ไหม?
ยาพ่นกลุ่ม oxymetazoline ช่วยบรรเทาอาการได้ดี แต่เป็นยาเพื่อ บรรเทาอาการในระยะสั้น (ไม่เกิน 3-5 วัน) ไม่ใช่ยาที่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ประเมินสาเหตุของอาการ เพราะการใช้ยาลดคัดจมูกมากเกินไปหรือยาวนานกว่าคำแนะนำ อาจทำให้เกิดอาการคัดจมูกกลับมากขึ้นได้ (rebound congestion) ดังนั้นควรใช้ตามฉลากของผลิตภัณฑ์และคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ หากต้องการใช้ยาต่อเนื่องเพราะยังคัดจมูกอยู่ ควรหาสาเหตุที่แท้จริง เช่น ภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ หรือเยื่อบุจมูกอักเสบ แทนที่จะเพิ่มความถี่ในการพ่นยาเอง
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?
อาการคัดจมูกส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและสามารถดีขึ้นได้เอง แต่ควรพบแพทย์หากอาการ เป็นนานเกินประมาณ 10 วัน ไม่ดีขึ้น หรือกลับแย่ลง โดยเฉพาะหากมีไข้สูง ปวดบริเวณใบหน้าหรือไซนัส หายใจลำบาก มีเลือดออกจากจมูก หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคไทรอยด์ หรือมีปัญหาปัสสาวะจากต่อมลูกหมากโต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ oxymetazoline เนื่องจากยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ต่อระบบหลอดเลือดและอาจไม่เหมาะกับทุกคน
หายใจโล่งขึ้น เริ่มต้นจากการดูแลจมูกให้ถูกวิธี
อาการคัดจมูกอาจเกิดจากหลายสาเหตุ การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ดื่มน้ำให้เพียงพอ ล้างหรือพ่นจมูกด้วยน้ำเกลือ และพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยดูแลอาการได้ในชีวิตประจำวัน
หากจำเป็นต้องใช้ยาพ่นลดคัดจมูก Oxymetazoline เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกได้อย่างรวดเร็ว และมีระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่ช่วยให้เว้นช่วงการใช้ยาได้นาน ทั้งนี้ควรใช้ให้ถูกวิธีและไม่ใช้เกินระยะเวลาที่แนะนำ
หากสนใจผลิตภัณฑ์ที่มีตัวยา Oxymetazoline ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรที่ร้านยาใกล้บ้านก่อนใช้ยา เพื่อเลือกความแรง รูปแบบผลิตภัณฑ์ และวิธีใช้ให้เหมาะสมกับอาการและสุขภาพของแต่ละคน

