Category Archives: สาระความรู้

ท้องเสีย ท้องอืด เรื่องกวนใจที่แก้ได้ด้วย “Activated Charcoal”

อาการท้องเสีย ท้องอืด หรือมีลมในกระเพาะอาหาร เป็นปัญหาทางเดินอาหารพื้นฐานที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผลจากการทานอาหารไม่สะอาด (อาหารเป็นพิษ) การเปลี่ยนสถานที่เดินทาง หรือแม้แต่ความเครียด ซึ่งอาการเหล่านี้หากไม่รีบดูแล อาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและเสียสมดุลได้

1. ทำความรู้จักกับอาการ “ท้องเสีย” และ “ท้องอืด”

  • อาการท้องเสีย (Diarrhea): มักเกิดจากการที่ลำไส้ติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสจากอาหารและน้ำที่ไม่สะอาด ทำให้ลำไส้บีบตัวผิดปกติและขับของเสียออกมาในลักษณะเหลว
  • อาการท้องอืด (Bloating/Flatulence): เกิดจากก๊าซส่วนเกินในระบบย่อยอาหาร ซึ่งอาจมาจากกระบวนการย่อยอาหารที่ไม่สมบูรณ์ หรือการที่เชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ทำปฏิกิริยากับสารพิษจากอาหารที่ตกค้าง

2. Activated Charcoal คืออะไร?
Activated Charcoal (หรือที่เรียกกันติดปากว่า Carbon) ไม่ใช่ถ่านหุงต้มทั่วไป แต่เป็น “ถ่านกัมมันต์” ที่ผ่านกระบวนการกระตุ้นด้วยความร้อนสูงจนเกิดรูพรุนมหาศาล ซึ่งรูพรุนเหล่านี้มีคุณสมบัติในการ “ดูดซับ” (Adsorption) สารพิษ สารเคมี และก๊าซในทางเดินอาหาร

3. กลไกการทำงาน: ตัวช่วยดูดซับสารที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย และก๊ดูดซับก๊าซเพื่อบรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ
เมื่อเรารับประทาน Activated Charcoal เข้าไป ตัวยาจะทำงานเสมือน “แม่เหล็ก” ในระบบทางเดินอาหาร:

  • สำหรับอาการท้องเสีย: ยาจะเข้าไปดูดซับสารพิษ (Toxins) ที่แบคทีเรียปล่อยออกมา รวมถึงเชื้อจุลินทรีย์บางชนิดที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย แล้วขับออกมาพร้อมกับอุจจาระ
  • สำหรับอาการท้องอืด: ยาจะช่วยดูดซับก๊าซส่วนเกินที่ทำให้เรารู้สึกแน่นท้อง ช่วยลดอาการพะอืดพะอมและอาการท้องเฟ้อได้

4. ข้อควรรู้ในการใช้ Activated Charcoal เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ควรปฏิบัติดังนี้:

  • ทานทันทีเมื่อมีอาการ: ยิ่งทานเร็วเท่าไหร่ ยิ่งช่วยดูดซับสารพิษก่อนที่ร่างกายจะดูดซึมเข้าไปได้มากขึ้น
  • เว้นระยะห่างจากยาอื่น: เนื่องจาก Charcoal มีพลังในการดูดซับสูง หากคุณทานยาโรคประจำตัว ควรทานห่างจากการทาน Charcoal อย่างน้อย 2 ชม. เพื่อป้องกันไม่ให้ Charcoal ไปดูดซับตัวยาสำคัญเหล่านั้น
  • สังเกตสีอุจจาระ: หลังจากทานยา อุจจาระจะมีสีดำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของตัวยาถ่าน ไม่เป็นอันตราย

5. สิ่งที่ควรทำควบคู่กันเมื่อท้องเสีย:

  • จิบเกลือแร่ (ORS): เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • ทานอาหารอ่อน: เช่น โจ๊กหรือข้าวต้ม งดนมและอาหารรสจัด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูระบบขับถ่ายให้กลับมาเป็นปกติ

การมี Activated Charcoal ติดบ้านหรือพกติดตัวเวลาเดินทาง (Traveler’s Diarrhea) จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพราะช่วยจัดการที่ต้นเหตุของอาการคือ “สารพิษและก๊าซ” เพราะเรื่องท้องเสียรอไม่ได้ เพื่อช่วยให้คุณรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ทันที

Sore Throat SOS: ไอเทมลับฉบับตัวแม่ เจ็บคอ-ระคายคอ ตัวไหนเอาอยู่

อาการผิดปกติในช่องปากและลำคอเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยมีสาเหตุตั้งแต่การติดเชื้อแบคทีเรีย มลภาวะ ไปจนถึงการที่มีภูมิคุ้มกันลดลง ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อในลำคอ และส่งผลกระทบต่อการสื่อสารและคุณภาพชีวิต ดังนั้นควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับสาเหตุของโรคหรืออาการ

อาการเจ็บคอโดยทั่วไปมีหลายสาเหตุ ดังนี้

  • ถ้ามีอาการ เจ็บคอ ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส (Infectious Pharyngitis)
    ส่วนใหญ่ของอาการเจ็บคอ (ประมาณ 70-90%) เกิดจากเชื้อไวรัส และส่วนน้อยเกิดจากแบคทีเรีย เช่น Streptococcus pyogenes เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่เซลล์เยื่อบุลำคอจะเกิดการแบ่งตัวและสร้างสารพิษ ดังนั้นการเลือกลูกอมบรรเทาอาการเจ็บคอ หรือสูตร OTC ที่มีส่วนประกอบของตัวยา 2,4-Dichlorobenzyl alcohol และ Amylmetacresol จะทำงานร่วมกันแบบ Synergistic effect เพื่อทำลายผนังเซลล์ของเชื้อจุลชีพ (Antiseptic action) ช่วยลดความรุนแรงของอาการอักเสบและลดอาการเจ็บคอได้
  • หากเกิดอาการระคายเคืองคอ เช่น จากการใช้เสียง การตะโกน การสูดดมฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งทำให้เยื่อบุลำคอแห้งและเกิดแผลขนาดเล็กได้ ควรเลือกลูกอมที่มีส่วนผสมของเมนทอล (Menthol) หรือสูตร Throat Mint เพื่อบรรเทาอาการระคายเคือง ซึ่งเมนทอลมีคุณสมบัติเป็นยาชาอย่างอ่อน (Mild local anesthetic) และมีฤทธิ์กระตุ้นตัวรับความรู้สึกเย็น (TRPM8 receptors) จะช่วย “หลอก” เส้นประสาทให้ลดความรู้สึกเจ็บปวดและระคายเคืองได้

นอกจากนี้ยังสามารถเสริมภูมิคุ้มกันเพิ่มเติมหลังจากการเป็นหวัด เจ็บคอ หรือการใช้เสียงเยอะได้ด้วยลูกอมที่มีส่วนผสมของ Zinc เพราะซิงค์ดีมีประโยชน์ มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตตามปกติของร่างกาย และเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และมีส่วนช่วยในการปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ

นอกจากเสริมภูมิคุ้มกันด้วยสูตร Zinc แล้ว อีกหนึ่งไอเทมลับที่ขาดไม่ได้เพื่อการดูแลช่องปากและลำคออย่างต่อเนื่องคือ เม็ดอม Zinc Plus เม็ดอมมีประโยชน์ และไม่มีน้ำตาล ที่มีหลายสูตร เช่น Lutein + Billberry ที่มีส่วนช่วยในการทำงานของดวงตา, Vit C + Co Q10 ที่มีส่วนช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ, Beta Glucan ที่มีส่วนช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน

………………………เลือกเม็ดอมที่ใช่ เจ็บคอ-ระคายคอ เอาอยู่ ……………………….

น้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์ ตัวช่วยป้องกันฟันผุของลูกน้อย

ปัญหาฟันผุของลูกน้อย…เป็นปัญหาที่รบกวนจิตใจพ่อ แม่ ผู้ปกครองที่มีลูกเล็กเป็นอย่างมาก โดยสาเหตุหลักของฟันผุในเด็กมักเกิดจากพฤติกรรมการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม เช่น การให้เด็กรับประทานขนม หรือดื่มนมที่มีรสหวานเป็นประจำ หรือการละเลยการดูแลสุขภาพช่องปาก ไม่ได้มีการแปรงฟัน หรือทำความสะอาดช่องปากอย่างเหมาะสม ซึ่งปัญหาฟันผุในเด็กส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปาก รวมไปถึงสุขภาพร่างกายของลูกน้อยในอนาคตได้ เพราะการมีฟันผุอาจจะทำให้เด็กรับประทานอาหารได้ไม่สะดวก ไม่สามารถใช้ฟันกัดหรือเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ เกิดภาวะขาดสารอาหารและในระยะยาวอาจส่งผลต่อการพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ และสติปัญญาได้

ดังนั้นเพื่อให้ลูกน้อยมีสุขภาพช่องปากที่แข็งแรง นอกจากการรักษาสุขภาพช่องปากด้วยการแปรงฟันอย่างวิธีแล้ว การใช้น้ำยาบ้วนปากอยากสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วย จะทำให้สามารถดูแลสุขภาพเหงือกและฟันได้ครอบคลุม แม้จุดที่การแปรงฟันเข้าไม่ถึง

ประโยชน์ของน้ำยาบ้วนปากสำหรับลูกน้อย

  • ลดกลิ่นปาก : เมื่อใช้น้ำยาบ้วนปากร่วมกับการแปรงฟันอย่างถูกวิธี จะทำให้ลูกน้อยมีลมหายใจที่หอมสดชื่น ลดกลิ่นปากได้
  • เสริมความแข็งแรงของฟัน : การใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ โดยฟลูออไรด์ในน้ำยาบ้วนปากจะดูดซึมลงส่งผิวเคลือบฟัน และช่วยทำให้ผิวฟันแข็งแรงขึ้น ป้องกันการสะสมของแผ่นคราบจุลินทรีย์ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดฟันผุ โดยมีการศึกษาที่เปรียบเทียบกลุ่มเด็กนักเรียนที่ใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์ และกลุ่มเด็กที่ไม่ได้ใช้น้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ พบว่า การใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ทำให้เกิดโพรงฟันผุลดลงมากกว่า 50 %
  • ทำให้ช่องปากสะอาดยิ่งขึ้น : เนื่องจากเด็กเล็กอาจยังไม่สามารถแปรงฟันได้อย่างถูกต้อง รวมถึงยังไม่สามารถโฟกัสการแปรงฟันได้อย่างเต็มที่ ทำให้การแปรงฟันเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ดังนั้นน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์จึงมีส่วนช่วยในการทำให้ช่องปากของลูกน้อยสะอาดยิ่งขึ้น

วิธีการใช้น้ำยาบ้วนปากอย่างปลอดภัยสำหรับลูกน้อย

น้ำยาบ้วนปาก เหมาะกับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป เพราะเป็นช่วงวัยที่เริ่มมีความเข้าใจและสามารถใช้น้ำยาบ้วนปากได้อย่างถูกต้อง แนะนำให้แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดฟันก่อน และค่อยใช้น้ำยาบ้วนปาก เวลาใช้ควรกลั้วให้ทั่วปากแล้วอมทิ้งไว้ประมาณ 30-60 วินาที เพื่อให้ฟลูออไรด์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และไม่จำเป็นต้องบ้วนน้ำเปล่าตามหลังการใช้น้ำยาบ้วนปาก ห้ามกลืนน้ำยาบ้วนปากเนื่องจากอาจทำให้เกิดอันตรายได้ สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น ปริมาณการใช้น้ำยาบ้วนปากขึ้นกับชนิดและยี่ห้อของผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปาก

คำแนะนำการเลือกใช้น้ำยาบ้วนปากอย่างเหมาะสมกับลูกน้อย

  1. มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ เพราะฟลูออไรด์มีประโยชน์ต่อเหงือกและฟันของเด็ก
  2. สูตรปราศจากแอลกอฮอล์ เนื่องจากแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดการระคายเคืองในช่องปาก และทำให้รู้สึกแสบร้อนขณะบ้วนปากได้
  3. สูตรปราศจากน้ำตาล เพื่อให้เกิดการป้องกันฟันผุอย่างได้ผล
  4. เป็นสูตรสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักจะมีความเข้มข้นน้อยกว่า และมีรสชาติที่น่าพึงพอใจมากกว่าน้ำยาบ้วนปากสำหรับผู้ใหญ่

ยกตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ Myfluoride Mybacin Junior เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับการใช้ในเด็กโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีปริมาณฟลูออไรด์ที่เหมาะสมสำหรับเด็ก ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลและแอลกอฮอล์ สามารถให้ลูกน้อยใช้ได้อย่างปลอดภัย โดยจะมี 2 รสชาติด้วยกัน ได้แก่ รสส้ม และ รสสตอเบอรี่ บ้วนง่าย สบายปาก ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง และสามารถใช้งานได้ทุกวัน ซึ่งเมื่อเราเลือกน้ำยาบ้วนปากที่เหมาะสมแล้ว พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ก็ควรให้การแนะนำและดูแลบุตรหลานในการใช้น้ำยาบ้วนปากอย่างใกล้ชิดด้วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการป้องกันฟันผุ และปลอดภัยไม่เกิดอันตรายสำหรับเด็ก

อ้างอิง
1. ชมรมรอยโรคช่องปากแห่งประเทศไทย. (2022). ประเภทของน้ำยาบ้วนปาก
2. 10 น้ำยาบ้วนปากเด็ก ยี่ห้อไหนดี ช่วยป้องกันฟันผุ อ่อนโยนต่อฟัน และเหงือก
3. Is mouthwash safe for children? Kids Smiles Pediatric Dentistry

กล้วยดิบรักษากรดไหลย้อนได้จริงหรือ?

กล้วย..เป็นผลไม้ที่มีทั้งความอร่อยและประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ตั้งแต่ผลดิบไปจนถึงสุกงอม ต่างให้สารอาหารและประโยชน์ในการรักษาโรคมากมาย โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้าดิบ ที่มีสารสำคัญต่างๆ ที่ช่วยในการรักษาโรคกระเพาะ กรดไหลย้อน และอาการท้องเสีย ซึ่งเป็นที่นิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ

กล้วยดิบสามารถรักษากรดไหลย้อนได้จริง โดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Food and Drug Administration) หรือ อย. ซึ่งได้มีการตีพิมพ์บทความผ่าน เช็ค ชัวร์ แชร์ ในเรื่องกล้วยดิบแก้กรดไหลย้อนได้จริงหรือ พบว่า ในกล้วยดิบมีสารสำคัญ ได้แก่ สารแทนนิน และสารซิโตอินโดไซต์ ซึ่งมีผลช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อน โดยสารแทนนินมีฤทธิ์ฝาดสมาน ใช้แก้อาการท้องเสียได้ สารซิโตอินโดไซต์ และสารลิวโคไซยานิดินส์ มีฤทธิ์ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และในงานสาธารณสุขมูลฐาน ยังได้มีการใช้กล้วยน้ำว้าดิบในการบรรเทาอาการท้องเสีย อาการปวดท้องจุกเสียดอีกด้วย แต่ต้องมีการใช้อย่างระมัดระวัง เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาในเรื่องผลข้างเคียงระยะยาว ควรมีการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้

สำหรับการรักษาโรคกรดไหลย้อน นอกจากการใช้ยา หรือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแล้ว การปรับพฤติกรรมก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้บรรลุผลการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยควรปรับพฤติกรรมและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่จะทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้มากยิ่งขึ้น ได้แก่ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การดื่มสุรา ชา กาแฟ น้ำอัดลม หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด รับประทานอาหารให้ตรงเวลา หรือแบ่งจำนวนมื้ออาหารให้ถี่ขึ้น และลดปริมาณอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อลง เพื่อไม่ให้กระเพาะาอาหารหลั่งกรดมากเกินไป และไม่ควรนอนราบทันทีหลังรับประทานอาหาร ควรเว้นระยะอย่างน้อย 3 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร

ประโยชน์อื่น ๆ จากผงกล้วยดิบ

ผงกล้วยดิบนอกจากจะสามารถรักษาโรคกรดไหลย้อนและแผลในกระเพาะอาหารได้แล้ว ผงกล้วยดิบยังสามารถรักษาอาการท้องเสียได้อีกด้วย เนื่องจากในกล้วยดิบมีสารแทนนินที่มีฤทธิ์ฝาดสมาน ช่วยลดอาการท้องเสียได้เป็นอย่างดี และนอกจากนี้ในกล้วยยังมี Prebiotic ที่ช่วยปรับสมดุลของลำไส้ทำให้บรรเทาอาการท้องผูกได้อีกด้วย

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากกล้วยดิบ

ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นผงกล้วยดิบวางขายในท้องตลาดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบผงชงน้ำ และรูปแบบอัดเม็ดที่จะเพิ่มความสะดวกในการรับประทาน และพกพาง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจัยที่สำคัญต่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ผงกล้วยดิบ ควรพิจารณาเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการผลิตและการบรรจุที่ได้รับมาตรฐาน ปราศจากสารปนเปื้อน เนื่องจากกล้วยเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลและมีความชื้นสูง เสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราได้ง่าย หากกระบวนการผลิตไม่ได้มาตรฐานที่เพียงพอ อาจเกิดการปนเปื้อนเชื้อรา สิ่งสกปรก หรือเชื้อโรคต่าง ๆ ระหว่างการผลิตได้ ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากผงกล้วยดิบ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยบริษัทผู้ผลิตที่มีทั้งคุณภาพและการผลิตที่ได้มาตรฐานที่จะทำให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัยในการใช้ และได้รับผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อ้างอิง
1. กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
2. อาการเสี่ยง กรดไหลย้อน ! ที่ต้องรู้

5 สิ่งจำเป็นควรพกติดตัว

 5  สิ่งจำเป็นในช่วงไวรัสระบาด

เมื่อเราต้องกลับมาใช้ชีวิตประจำวันเป็นปกติ อะไรบ้างที่เราควรปฏิบัติหรือต้องมีพกติดกระเป๋าไว้เมื่อออกนอกบ้านในช่วงไวรัสระบาดแบบนี้ ไปดูกันเลย

1. หน้ากากอนามัย 

นอกจากจะต้องใส่แล้ว แนะนำให้พกสำรองไว้ในกระเป๋าอย่างน้อย 1 ชิ้น เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น หน้ากากหล่นพื้น หน้ากากเปื้อนหรือเปียกชื้น โดยในช่วงที่เริ่มมีโควิดสายพันธุ์เดลต้าพลัส คุณหมอแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น (ด้านในเป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ หรือ Surgical mask และด้านนอกเป็น หน้ากากแบบผ้า) ด้วยหน้ากากอนามัยสารสกัดจากเปลือกมังคุด

  • สามารถกรองอนุภาคฝุ่นละอองและอนุภาคแบคทีเรียขนาด 1-3 ไมครอน ได้มากกว่า 98%

  • สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อโรคระบบทางเดินหายใจ

  • แผ่นกรอง มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อไวรัส H5N1

2.  อาหารเสริม

วิตามินซีสร้างภูมิคุ้มกันสามารถต้านโรคไข้หวัดชนิดต่างๆ ได้ วิตามินซีที่มีประโยชน์ในเรื่องของลดความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย และเสริมสร้างความต้านทานภูมิคุ้มกันของร่างกาย และยังมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่จบโจทย์ทุกสุขภาพ

3. สเปรย์พ่นคอ

วิตามินซีสร้างภูมิคุ้มกันสามารถต้านโรคไข้หวัดชนิดต่างๆ ได้ วิตามินซีที่มีประโยชน์ในเรื่องของลดความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย และเสริมสร้างความต้านทานภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย มายบาซิน สเปรย์พ่นคอ 

4. ลูกอม Zinc

วิตามินซีสร้างภูมิคุ้มกันสามารถต้านโรคไข้หวัดชนิดต่างๆ ได้ วิตามินซีที่มีประโยชน์ในเรื่องของลดความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย และเสริมสร้างความต้านทานภูมิคุ้มกันของร่างกายเม็ดอมผสมซิงค์หลากหลายรสชาติ

5. แอลกอฮอล์

สเปรย์แอลกอฮอลล์และเจลแอลกอฮอลล์ที่สามารถใช้ทำความสะอาดมือ ควรมีความเข้มข้นปริมาตรอยู่ที่ 70% ขึ้นไป ซึ่งสามารถใช้ยับยั้งเชื้อโรคและไวรัสได้ดี เป็นของที่แนะนำให้พกติดตัวไว้ตลอดเวลา เพราะสะดวกและหยิบขึ้นมาใช้เมื่อไรก็ได้ มีให้เลือกใช้ทั้งแบบสเปรย์และแบบเจล เพราะมือของเราเป็นสิ่งที่นำพาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายที่สุด แนะนำให้หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย Mybacin Alcohol Cleansing และสินค้าเพิ่มเติมอื่นๆ

ติดตามได้ที่ Greater Pharma Shop

มารู้จัก เบต้ากลูแคน ผู้ช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน

           ช่วงนี้เราคงได้ยินคำว่า เบต้ากลูแคน กันอยู่บ่อย ๆ วันนี้เรามาทำความรู้จักเบต้ากลูแคนกัน โดยทั่วไปสามารถพบได้ในพืชที่เป็นธัญพืชอย่าง ข้าวโอ๊ต บาร์เลย์ และรำข้าว รวมไปถึงเชื้อราอย่างเห็ดและยีสต์ โดยการสกัดมาจากผนังเซลล์ของพืชเหล่านี้ ในส่วนของธัญพืชจะเป็นใยอาหารแบบละลายน้ำได้ และแบบที่สกัดมาจากเชื้อราจะเป็นแบบละลายน้ำไม่ได้ ซึ่งเบต้ากลูแคนเป็นสารอาหารที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างเองได้ ปัจจุบันจึงมีการผลิต ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของเบต้ากลูแคนออกมาอย่างแพร่หลาย แล้วมันมีประโยชน์อย่างไร…

 

เบต้ากลูแคน เหมาะกับใคร ?

หากเราได้รับประโยชน์จากอาหารครบ 5 หมู่และออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ ก็อาจจะนับได้ว่าเพียงพอกับความต้องการของร่างกายแล้ว แต่ใช่ว่าผู้ที่รับประทานอาหารครบและออกกำลังกายทุกคนจะมีภูมิคุ้มกันโรคที่ดีเสมอไป หรือถ้าหากคุณไม่มีเวลาออกกำลังกาย การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเบต้ากลูแคนเข้ามาช่วยก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีไม่ใช่น้อย สำหรับคนวัยทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย ใช้เวลาหน้าจอคอมนาน ๆ เบต้ากลูแคนช่วยป้องกันอาการออฟฟิศซินโดรมได้ และยังช่วยฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ลดความเครียดและไมเกรน บางคนที่เป็นภูมิแพ้สามารถช่วยลดการกระตุ้นอาการภูมิแพ้ได้ ช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันให้อยู่ในระดับที่พอดี ในผู้ป่วยเบาหวานและคอเรสเตอรอลในเลือดสูง จะช่วยเรื่องระบบหมุนเวียนเลือด ปรับลดระดับความต้องการอินซูลลินของร่างกาย และลดคอเรสเตอรอลในเลือดได้อีกด้วย ในบางงานวิจัยพบว่าเบต้ากลูแคนสามารถช่วยต้านมะเร็งได้อีกด้วย

 

ประโยชน์จากเบต้ากลูแคนที่ควรรู้

  1. ช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แก้อาการภูมิแพ้และป้องกันโรคภูมิแพ้ตัวเอง ปรับระบบเม็ดเลือดขาวให้ทำงานเต็มที่ช่วยให้ร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

  2. ช่วยชะลอวัยต่อต้านอนุมูลอิสระ การพบเจอสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระในชีวิตประจำวัน ทั้งการพักผ่อนไม่เพียงพอ แสงแดด ความเครียด อาหารที่ไม่มีประโยชน์ เบต้ากลูแคนช่วยกระตุ้นการสร้าง อีลาสติน คอลลาเจนและไฮยาลูโรนิค ซึ่งเป็นนตัวช่วยในการชะลอริ้วรอย ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ยืดหยุ่นมากขึ้น

  3. ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง โดยการเสริมการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันที่สามารถช่วยป้องกันเซลล์แปลกปลอมและต่อต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

  4. ช่วยปรับปรุงสุขภาพลำไส้ เบต้ากลูแคนมีคุณสมบัติในการเสริมสร้างสุขภาพลำไส้ โดยการกระตุ้นการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในลำไส้ (probiotics) ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารและปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร

  5. ช่วยลดความดันโลหิต การทานเบต้ากลูแคนยังมีผลในการช่วยลดความดันโลหิต โดยการช่วยในการขยายหลอดเลือดและเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ทำให้ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

  6. การลดการอักเสบ เบต้ากลูแคนมีคุณสมบัติในการลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งอาจช่วยบรรเทาอาการของโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ เช่น โรคข้ออักเสบ และโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรัง

สิ่งที่ควรระวังหากทานเบต้ากลูแคน

  • ผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

  • สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตรควรใช้อย่างระมัดระวังและปรึกษาแพทย์ก่อนเนื่องจากอาจเกิดผลกระทบกับเด็กในครรภ์ได้

  • เบต้ากลูแคนสามารถทานร่วมกับยาได้ทุกชนิดยกเว้นในผู้ปลุกถ่ายอวัยวะที่ต้องใช้ยากดภูมิ

  • สารสกัดจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดหากทานร่วมกับเบต้ากลูแคนอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง เช่น ขมิ้น และเมล็ดองุ่น (Grapeseed)

  • ผู้แพ้น้ำมันปลาและอาหารทะเล ไม่ควรทานเบต้ากลูแคนที่เป็นสารสกัดจากปลาทะเลหรือสูตรที่มีการผสมน้ำมันปลา

 

    โดยรวมแล้ว เบต้ากลูแคนถือเป็นใยอาหารที่มีสารอาหารมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลากหลายด้าน โดยเฉพาะการช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ การเสริมภูมิคุ้มกัน และการปรับสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดหากทานอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดี ปลอดภัยจากโรคต่าง ๆ ได้ ถือเป็นตัวเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่คุ้มค่ากับการหาซื้อมาทานในอนาคต

อาการ “ไอ” โรคเจ็บป่วยเล็กน้อยที่ไม่ควรมองข้าม

อาการไอ: สาเหตุ ประเภท และการรักษา

อาการไอคืออะไร ?

         อาการไอถือเป็นกลไกอย่างหนึ่งที่สำคัญของร่างกายที่ช่วยตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมที่ผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ช่วยให้เราสามารถกำจัดเชื้อโรค สิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ และช่วยกำจัดเสมหะออกจากหลอดลมได้ แต่ในขณะเดียวกัน อาการไอนี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อทั้งไวรัส และแบคทีเรียในทางเดินหายใจได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคโควิด-19 ที่เป็นผลมาจากการติดเชื้อไวรัสที่แพร่ระบาดกันอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

 

สาเหตุของการไอ

โดยส่วนใหญ่อาการไอมักเกิดจากปัจจัยกระตุ้น เช่น 

  • สารก่อระคายเคือง เช่น ฝุ่นควัน 

  • พฤติกรรมบางอย่าง เช่น การสูบบุหรี่ การใช้ยาบางชนิด

  • โรคประจำตัว เช่น โรคภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ  หรือแม้กระทั่งโรคกรดไหลย้อนก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณลำคอและหลอดลมได้

       ซึ่งเมื่อมีปัจจัยกระตุ้นเหล่านี้ ผนังของหลอดลมจะเกิดการอักเสบ และสร้างเมือกออกมากลายเป็นก้อนเหนียวที่เรียกว่า “เสมหะ” ในหลอดลม และทำให้เกิดเป็นอาการไอได้ในที่สุด

 

เมื่อใดควรไปพบแพทย์?

หากมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์:

  • ไอรุนแรงหรือมีอาการเจ็บหน้าอก

  • ไอมีเสียงหายใจวี๊ด

  • มีไข้ ไอมีเสมหะปนเลือด

  • ไอเรื้อรังนานเกิน 3 สัปดาห์

ประเภทของอาการไอ และยาที่ใช้รักษาอาการไอ

  1. ไอแห้ง (ชนิดที่ไม่มีเสมหะ) ยาที่ใช้รักษาจะแบ่งออกเป็น

    • ยากดศูนย์การไอที่สมอง ได้แก่ 

      1. Dextromethorphan (เป็นยาที่จัดอยู่ในประเภทยาอันตรายตามที่ อย. กำหนด ซึ่งหากร้านยาจะขายยาตัวนี้ จะต้องจัดทำบัญชียา ขย. 11 เพื่อบันทึกประวัติผู้ซื้อ/ผู้รับการรักษา) 

      2. Butamirate Citrate ที่ระงับการไอได้ดี แต่ควรระวังอาการข้างเคียง เช่น อาการง่วงซึม ซึ่งเหมาะกับใช้เป็นยาแก้ไอในเด็กที่ไม่สบาย และต้องการพักผ่อนนอนหลับ

      3. Codeine ที่จัดเป็นยาควบคุมพิเศษมีจำหน่ายเฉพาะสถานพยาบาล

    • ยากด Receptor ที่กระตุ้นการไอ ตามจุดต่างๆ ของร่ายกาย ออกฤทธิ์ระงับการไอโดยไม่ผ่านระบบประสาทส่วนกลาง เป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการไอที่ต้นเหตุได้ดี โดยทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น ง่วงซึมได้น้อย ได้แก่ ตัวยา Levodropropizine 

     2. ไอมีเสมหะ ยาที่ใช้รักษาจะแบ่งออกเป็น

    • ยาละลายเสมหะ ได้แก่ ตัวยา Ambroxol, Bromhexine, Carbocysteine และ Acetylcysteine เป็นต้น

    • ยาขับเสมหะ ได้แก่ Glyceryl quaiacolate

            โดยยาแก้ไอ ละลายเสมหะ แต่ละตัวก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป แต่ตัวยาละลายเสมหะที่น่าสนใจ คือ แอมบรอกซอล (Ambroxol) เนื่องจากเป็นตัวยาที่ช่วยละลายเสมหะ ที่เกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดลมโป่งพอง โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง หลอดลมอักเสบ โรคติดเชื้อในทางเดินหายใจ และนอกจากนี้ตัวยาแอมบรอกซอล (Ambroxol) ยังมีคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ของยาปฏิชีวนะได้ โดยมีระยะเวลาที่ยาเริ่มออกฤทธิ์เร็ว คือ ภายใน 30 นาที หลังจากรับประทานยา เนื่องจากอยู่ในรูปที่พร้อมออกฤทธิ์ได้ทันที (Active Metabolite) จึงจัดเป็นยาละลายเสมหะที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาอาการไอ

 

ข้อมูลยา Ambroxol

ข้อบ่งใช้

          ตัวยาแอมบรอกซอล (Ambroxol) มีคุณสมบัติละลายเสมหะ ช่วยให้เสมหะเหลวสู่สภาพปกติ ทำให้เสมหะข้นเหนียวที่คั่งค้างในทางเดินหายใจถูกขจัดออกได้ง่ายขึ้น เป็นผลให้การหายใจสะดวกขึ้น อาการไอและเสมหะจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ช่วยรักษาโรคทางเดินหายใจทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรังซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับเสมหะ และมีอาการข้างเคียงน้อย

ขนาดและวิธีใช้

ชนิดเม็ด: 1 เม็ด ประกอบด้วย Ambroxol hydrochloride 30 mg

ผู้ใหญ่และเด็กอายุมากกว่า 10 ปี: รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง

เด็กอายุ 5-10 ปี: รับประทานครั้งละ ½ เม็ด วันละ 3 ครั้ง

ชนิดน้ำ: 5 มล. ประกอบด้วย Ambroxol hydrochloride 30 mg

ผู้ใหญ่และเด็กอายุมากกว่า 10 ปี: รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา (5 มล.) วันละ 3 ครั้ง

เด็กอายุ 5-10 ปี: รับประทานครั้งละ ½ ช้อนชา (2.5 มล.) วันละ 2-3 ครั้ง

ชนิดน้ำสำหรับเด็ก: 5 มล. ประกอบด้วย Ambroxol hydrochloride 15 mg

เด็กอายุมากกว่า 10 ปี: รับประทานครั้งละ 2 ช้อนชา (10 มล.) วันละ 3 ครั้ง

เด็กอายุ 5-10 ปี: รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา (5 มล.) วันละ 2-3 ครั้ง

เด็กอายุ 2-5 ปี: รับประทานครั้งละ ½  ช้อนชา (2.5 มล.) วันละ 2-3 ครั้ง

หรือคำนวณจากขนาดยา Ambroxol 1.2-1.6 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อวัน

หากสนใจผลิตภัณฑ์ยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของตัวยา AMBROXOL สามารถหาซื้อได้ที่…

แหล่งอ้างอิง:

  1. Prasad, C. V., Sait, M. A. S., & Ponnambalam, A. (2022). AMBROXOL AND BROMHEXINE INCREASE ANTIBIOTIC LEVELS IN THE LUNGS. European Journal of Molecular and Clinical Medicine, 9(9), 115+. https://link.gale.com/apps/doc/A759558916/AONE?u=anon~9a5b382c&sid=googleScholar&xid=73e714df
  2. Scaglione, F., & Petrini, O. (2019). Mucoactive agents in the therapy of upper respiratory airways infections: fair to describe them just as mucoactive?. Clinical Medicine Insights: Ear, Nose and Throat, 12, 1179550618821930.
  3. Kantar, A., Klimek, L., Cazan, D., Sperl, A., Sent, U., & Mesquita, M. (2020). An overview of efficacy and safety of ambroxol for the treatment of acute and chronic respiratory diseases with a special regard to children. Multidisciplinary respiratory medicine, 15(1), 511. https://doi.org/10.4081/mrm.2020.511
  4. เอกสารกำกับยามูโคลิด (Mucolid)

หินปูนเป็นอันตรายต่อสุขภาพฟัน มารู้จักพร้อมวิธีหลีกเลี่ยงคราบหินปูน

หินปูนเป็นอันตรายต่อสุขภาพฟัน มารู้จักพร้อมวิธีหลีกเลี่ยงคราบหินปูน

ฟันของเราเป็นสิ่งที่เราไม่ควรละเลย เพราะอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพฟัน โรคเหงือก และความมั่นใจตามมา เราจึงต้องดูแลฟันเป็นอย่างดี พยายามไม่ให้เกิดคราบหินปูนที่อาจทำให้เกิดปัญหาฟันผุในอนาคต ด้วยการดูแลทำความสะอาดฟัน และการดูแลช่องปากให้ถูกวิธี คุณคิดว่าดูแลฟันดีแล้วหรือยัง? เข้าใจเรื่องหินปูนแค่ไหน? ถ้าไม่แน่ใจเรามาเตรียมพร้อมการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันไปด้วยกัน

 

หินปูน วายร้ายทำลายฟัน เกิดขึ้นจากอะไร

หินปูน หรือ คราบจุลินทรีย์ หรือ หินน้ำลาย มีลักษณะเป็นคราบแข็งสีเหลืองอมน้ำตาลจนถึงสีดำ เกิดขึ้นมาจากการสะสมของแบคทีเรีย หรือ “ไบโอฟิล์ม” โปรตีน และเศษอาหาร เมื่อปล่อยทิ้งไว้คราบเหล่านี้จะเกิดการรวมตัวกันเป็นคราบเหนียว ๆ ที่เรียกว่า “คราบพลัค” ขึ้นมา พอปล่อยไว้นาน ๆ คราบพลัคจะเกิดการสะสมและรวมตัวกับแร่ธาตุและน้ำลายจนแข็งตัวขึ้นมาเกาะอยู่ตามซอกฟัน แม้ว่าเราจะพยายามแปรงฟันดีมากแค่ไหนแต่เจ้าแบคทีเรียก็จะยึดติดอย่างเหนียวแน่นทำให้เราไม่สามารถแปรงออกได้ต้องให้ทันตแพทย์เป็นคนขูดออกเท่านั้น

คราบหินปูน ส่งผลต่อสุขภาพฟันอย่างคาดไม่ถึง

เราคงเคยได้ยินว่า ถ้าไม่แปรงฟันระวังฟันผุนะ! แล้วฟันผุเกิดขึ้นได้อย่างไร ความจริงแล้วฟันผุเกิดจากที่แบคทีเรียที่เกาะอยู่ตามหินปูนได้ปล่อยสารที่เป็นกรดออกปกคลุมผิวฟันของคุณ เมื่อเราขจัดไบโอฟิล์มออกจากฟันไม่หมด หรือมีการแปรงฟันไม่สะอาดจนทำให้เกิดการสะสมของไบโอฟิล์มจนนำไปปัญหาฟันผุ เหงือกอักเสบ ปากมีกลิ่นเหม็น เหงือกร่น หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่การกร่อนทำลายกระดูกรองฟันจนทำให้ฟันไม่แข็งแรง และต้องถอนฟันไปในที่สุด

 

วิธีดูแลทำความสะอาดฟัน ไม่ให้เกิดคราบหินปูน  

  1. ควรทำความสะอาดฟันด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง นานครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 วินาที ถ้าอยากให้การแปรงฟันได้ประสิทธิภาพมากที่สุด แนะนำให้แปรงครั้งละประมาณ 2 นาที เพื่อให้สามารถทำความสะอาดฟันได้ทั่วช่องปากมากที่สุด

  2. ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ หรือส่วนประกอบที่ช่วยปรับสภาพช่องปาก ลดเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก และลดการมีกลิ่นปากด้วย หากคุณมีอาการเสียวฟันร่วมด้วย ให้เลือกสูตรที่มีการลดอาการเสียวฟัน และลดการอักเสบของเหงือก

  3. ใช้น้ำยาบ้วนปากเพื่อช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย และการเกิดคราบหินปูน นอกจากนี้การใช้น้ำยาบ้วนปากยังช่วยลดการอักเสบของเหงือกได้ดี ลดกลิ่นปากทำให้คุณมั่นใจและรู้สึกสบายมากขึ้น

  4. ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟัน อย่างน้อยวันละครั้ง เพื่อกำจัดไบโอฟิล์มที่ติดอยู่ตามซอกฟันให้ออกไปให้ได้มากที่สุด โดยเริ่มจากการสอดไหมขัดฟันไปตามซอกฟันแล้วขัดขึ้นลง จากนั้นขัดให้รอบฐานฟันอย่างเบามือ

  5. หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล รวมถึงเครื่องดื่มที่เป็นน้ำอัดลม หรือที่มีน้ำตาลสูง หากจำเป็นต้องกินให้แปรงฟันหลังดื่มน้ำหรือทานอาหารทุกครั้ง หากไม่สามารถแปรงฟันได้ให้บ้วนปากทำความสะอาดแทน

  6. งดสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่อาจทำให้เกิดคราบหินปูนมากขึ้น

  7. ควรเข้าไปพบทันตแพทย์เพื่อทำความสะอาดช่องปาก โดยการขูดหินปูนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หากเป็นไปได้ควรไปขูดหินปูนทุก ๆ 6 เดือนจะดีที่สุด ซึ่งเมื่อเราขูดหินปูนเสร็จใหม่ ๆ อาจทำให้เกิดการเสียวฟันขึ้นมาได้ แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะอาการเสียวฟันเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

การดูแลสุขภาพช่องปากและฟันไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องทำด้วยความใส่ใจโดยการเลือกใช้ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก จากมายบาซิน ที่ช่วยลดการเกิดคราบหินปูน ลดการสะสมแบคทีเรีย และลดกลิ่นปาก อย่าง มายบาซิน พีระมิด ซี ซอลท์,  มายบาซิน ยาสีฟัน หรือ น้ำยาบ้วนปาก สูตรฟ้าทะลายโจร และ มายบาซินน้ำยาบ้วนปาก สูตรกระชาย ซึ่งเป็นนวัตกรรมดูแลสุขภาพช่องปากของทางมายบาซินโดยเฉพาะ  ควบคู่กับการเข้าพบทันตแพทย์ตามในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้สุขภาพช่องปากและฟันของคุณที่แข็งแรง

 

สามารถหาซื้อ มายบาซิน พีระมิด ซี ซอลท์,  มายบาซิน ยาสีฟัน หรือ น้ำยาบ้วนปาก สูตรฟ้าทะลายโจร และ มายบาซินน้ำยาบ้วนปาก สูตรกระชาย ได้แล้วที่ Big C, Tops, Gourmet Market, Foodland, CJ Express

 

#นวัตกรรมดูแลสุขภาพช่องปาก #เกร๊ทเตอร์มายบาซิน #greatermybacin #หินปูน #คราบหินปูน #ดูแลช่องปาก #คราบพลัค #ยาสีฟันเกลือพีระมิดซีซอลท์ #ยาสีฟันฟ้าทะลายโจร #น้ำยาบ้วนปากกระชาย

รู้จักกับ “กระชาย” ที่มีประโยชน์ มากกว่าเป็นสมุนไพรในครัว

กระชาย สมุนไพรไทยที่มีประโยชน์มากกว่าสมุนไพรในครัว ที่สามารถทั้งนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู และยังมีสรรพคุณคล้ายกับโสม ที่ใช้แก้โรคได้ตามตำรับยาไทยมากมาย เป็นสารสกัดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มีฤทธิ์เสริมภูมิคุ้มกัน และยังสามารถช่วยปกป้องสุขภาพในช่องปากได้ด้วย กระชาย จึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพที่สืบทอดกันมาอย่างช้านานจากรุ่นสู่รุ่น วันนี้เราพามาทำความรู้จักกระชายให้มากขึ้นกันดีกว่า

“กระชาย” สมุนไพรสารพัดประโยชน์

กระชาย (Fingerroot) สมุนไพรไทยที่เป็นผลผลิตจากธรรมชาติ เป็นพืชล้มลุก มีลักษณะเป็นเหง้าสั้น รากอวบปลายเรียว มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว กระชายมีประโยชน์ทุกส่วนทั้งราก ใบ เหง้า มีส่วนในการดูแลสุขภาพและการรักษาด้านแพทย์แผนไทย จนได้ชื่อว่าเป็น “โสมไทย” มีสรรพคุณทางยาตามตำรำแผนไทย ช่วยรักษาและบรรเทาอาการได้หลากหลาย

กระชายที่พบในไทยแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได่แก่ กระชายดำ กระชายแดง และกระชายเหลือง อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี ธาตุเหล็ก แคลเซียม และฟอสฟอรัส ทั้งยังมีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหย เช่น สารไพนีน (Pinene) แคมฟีน (Camphene) เมอร์ซีน (Myrcene) ไลโมนีน (Limonen) และการบูร (Camphor)เป็นต้น และยังมีสารสกัดสำคัญ คือ Kaempferol, Quercetin และ Panduratin A ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ

ประโยชน์ของกระชาย คือ ช่วยบำรุงร่างกาย แก้ลมวิงเวียน บำรุงหัวใจ บำรุงกระดูก ปรับสมดุลของฮอร์โมน บำรุงสมอง แก้อาการท้องร่วง แก้อาการปวดเมื่อย เป็นต้น ทั้งยังสามารถแก้โรคที่เกิดขึ้นภายในปากได้ เช่น ปากเปื่อย ปากแตก ปากแห้ง ปากเป็นแผล ทำความสะอาดช่องปาก และทำให้เหงือกและฟันแข็งแรง ด้วยรสชาติที่เผ็ดร้อนจึงช่วยลดการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี และยังช่วยในการบำลุงเลือดลม กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตอีกด้วย

กระชาย กับการรักษาโรคในช่องปาก

มีการศึกษาใหม่พบว่า สรรพคุณของกระชายยังช่วยในการรักษาฟันและดูแลช่องปากได้เป็นอย่างดี เพราะในกระชายมีสารสกัดที่มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย สามารถยับยั้งการเกิดคราบจุลินทรีย์หรือไบโอฟิล์มจากเชื้อทั้ง 4 ชนิด คือ สเตรปโตคอคัสมิวแตน (Streptococcus mutant), สเตรปโตคอคคัส แซงกินิส (Streptococcus sanguinis), สเตรปโตคอคคัส ไพโอจีนัส (Streptococcus pyogenes) และแอคติโนมัยซิส วิสโคซุส (Actinomyces viscosus) และยังมีสารที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อในช่องปาก (1) นอกจากนี้ ยังพบว่ากระชายสามารถช่วยลดการเกิดโรคปริทันต์ ลดอาการเหงือกบวม ช่วยลดเชื้อราในช่องปาก สามารถป้องกันฟันผุได้เป็นอย่างดี และยังช่วยลดกลิ่นปาก

ซึ่งกลิ่นปาก สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยหลากหลายปัจจัย อย่าง การสูบบุหรี่ เกิดคราบนิโคติน ฟันซ้อน ฟันเก ทำความสะอาดไม่ทั่วถึง ฟันผุ เป็นแผลในช่องปาก โรคเหงือกอักเสบ แปรงฟันไม่สะอาดเศษอาหารจึงตกค้างอยู่ภายในช่องปาก เกิดการเน่าเสียจากเชื้อแบคทีเรีย

น้ำยาบ้วนปากกระชายดีอย่างไร?

เพราะน้ำยาบ้วนปาก มีลักษณะเป็นของเหลว หรือ เป็นน้ำ น้ำยาบ้วนปากจึงสามารถเข้าได้ทุกซอกของช่องปาก โดยเฉพาะน้ำยาบ้วนปากที่มีสารสกัดจากกระชาย สามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่เกิดจากการกระตุ้นของไฟโบรบลาสต์บริเวณเหงือก ที่ทำให้เหงือกบวมจากเชื้อโรค จึงลดการเกิดเหงือกบวม ซึ่งเป็นโรคปริทันต์และลดเชื้อราในช่องปาก ที่สำคัญสารสกัดจากกระชายยังมีฤทธิ์ป้องกันฟันผุ* ต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ จึงลดกลิ่นปากได้มากถึง 70-90% จากการวัดด้วยเครื่องตรวจวัดกลิ่นลมหายใจ** และยังสามารถกำจัดเชื้อที่เป็นสามารถในการเกิดฟันได้อย่างรวดเร็ว การใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของกระชายจึงช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

ปัจจุบันการแปรงฟันเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน เราควรใช้น้ำยาบ้วนปากควบคู่ไปด้วย เพื่อประสิทธิภาพการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีมากยิ่งขึ้น และหากเป็นสมุนไพรจากกระชายสารสกัดเข้มข้นของมายบาซิน ที่มีคุณสมบัติช่วยลดกลิ่นปากและดูแลสุขภาพช่องปากได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีความอ่อนโยน ไม่แสบร้อนช่องปาก สามารถใช้ได้ทุกเวลาที่ต้องการ

มายบาซิน น้ำยาบ้วนปากกระชาย สามารถซื้อได้แล้ว ที่ Big C, Tops, Gourmet Market, Foodland, CJ Express

“มังคุด” ราชินีผลไม้ของไทย ที่มีประโยชน์มากกว่าแค่ผลไม้ธรรมดา

หากพูดถึงผลไม้ที่ขึ้นชื่อของไทย หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น ผลไม้อย่าง “มังคุด” เป็นแน่แท้ เพราะมังคุดได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งผลไม้” (Queen of Fruits) อาจเป็นเพราะลักษณะภายนอกของผลที่มีกลีบบนหัวคล้าย ๆ กับมงกุฎของพระราชินี เป็นผลไม้ที่จัดว่ามีประโยชน์มากชนิดหนึ่ง โดยประโยชน์ของมังคุดไม่ได้อยู่แค่เนื้อที่เรานิยมรับประทานกันเท่านั้น เปลือกมังคุดก็มีประโยชน์มากมายในการรักษาโรคเช่นกัน วันนี้เรามาทำความรู้จักกับมังคุดให้มากยิ่งขึ้นกัน

เจาะลึกความเป็นมาของ “มังคุด”

มังคุด (mangosteen) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Garcinia mangostana Linn. ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่า มังคุดน่าจะมีปลูกในประเทศไทยมานานแล้ว ด้วยจดหมายเหตุของทูตจากศรีลังกาที่เข้ามาขอพระสงฆ์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้กล่าวถึงผลไม้ที่นำออกมารับรองคณะทูตโดยมีมังคุดเป็นหนึ่งในนั้น นอกจากมังคุด ยังเป็นอาหารแถมมีประโยชน์อื่น ๆ ให้กับคนทั่วโลกได้อีก อย่าง ชาวกานา นำมาเคี้ยวกิ่งแขนงของมังคุดเพื่อดับกลิ่นปาก, ชาวจีนใช้เปลือกมังคุดย้อมผ้าหรือหนังให้เป็นสีดำและยังนำเข้าเปลือกมังคุดแห้งไปบดเป็นผงใช้เป็นยาแก้บิดสกัดใส่ยาขี้ผึ้งใช้ทาแก้ผื่นแพ้ และ ต้มเปลือกผลมังคุดรักษาอาการท้องร่วงและทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือ แช่น้ำค้างคืนหรือทำเป็นชาชงเพื่อรักษาอาการท้องเสียเรื้อรัง, ชาวฟิลิปปินส์ใช้ใบและเปลือกต้มน้ำเพื่อรักษาอาการท้องเสีย บิด ถ่ายพยาธิ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และเชื่อว่ากินผลมังคุดจะควบคุมอาการไข้, ชาวอินโดนีเซียกินเปลือกไม้แก้บิด ต้มใบแห้งดื่มแก้ไข้ บรรเทาอาการปวดท้อง, ชาวมาเลเซีย ใช้ใบมังคุดชงผสมกล้วยดิบและใส่เบนโซอินเล็กน้อยสำหรับทาแผลที่ขลิบ ต้มรากดื่มเพื่อรักษาอาการประจำเดือนไม่ปกติ ใช้เปลือกแก้บิด, ชาวบราซิลดื่มชามังคุดเชื่อว่ามังคุดจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายเป็นปกติ ส่วนคนไทยเองก็ใช้ประโยชน์จากมังคุดได้มากมายเช่นกัน อย่างเผาเนื้อไม้เป็นถ่านไว้ใช้เป็นเชื้อเพลิง และยังสามารถนำมาทำเป็นยาสมุนไพรไทยโดยใช้เปลือกผลมังคุดตากแห้งเพื่อแก้ท้องเสีย แก้บิด และรักษาแผล

มังคุด กับ สารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant)

ในปัจจุบันมีงานวิจัยอยู่หลายชิ้นว่า “มังคุด” มีสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ที่ช่วยซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่ถูกทำลาย อย่างไรก็ตาม มีสารต้านอนุมูลอิสระอีกชนิดหนึ่งที่มีคุณค่ามากกว่าวิตามินหลายเท่า สารชนิดนี้เรียกว่า “แซนโทน” (xanthone) ที่มีระดับที่สูงมาก จึงทำให้มังคุดมีสรรพคุณโดดเด่นเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ สามารถรักษาอาการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ออกฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็ง และหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก รวมทั้งสามารถต้านเชื้อไวรัสได้อีกด้วย

8 ประโยชน์ของสารแซนโทนในมังคุด

ช่วยดูแลสุขภาพช่องปาก เพราะในเปลือกมังคุดมีสารแซนโทน (Xanthtoner) ที่ทางเภสัชวิทยาได้วิจัยและยอมรับว่ามีฤทธิ์ช่วยช่องปากได้หลากหลาย เช่น ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดฟันผุ ฤทธิ์ต้านเชื้อรา ฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส และฤทธิ์ต้านการอักเสบ มีสรรพคุณเป็นสมุนไพรที่รักษาช่องปากด้วย สามารถนำมาใช้เพื่อดูแลสุขภาพช่องปากได้เช่นกัน โดยการนำเปลือกมังคุดมาต้มกับน้ำใช้อมบ้วนปาก แก้ปวดฟัน เหงือกอักเสบ เหงือกบวม แผลในปาก เป็นต้น

ช่วยบำรุงระบบการย่อยอาหาร หนึ่งในผลกระทบของอายุที่เพิ่มมากขึ้น คือ การลดประสิทธิภาพของกรดในกระเพาะ และมีส่วนช่วยลดแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อกระเพาะอาหารซึ่งเป็นสาเหตุของ โรคท้องร่วง อาการจุกเสียดท้อง ลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยระบบการย่อยอาหาร ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าสาร Xanthone สามารถฆ่าแบคทีเรียที่ไม่ดีเหล่านี้ได้ จึงช่วยทำให้ระบบการย่อยอาหารที่ดีขึ้นอีกด้วย

ป้องกันโรคหัวใจ โรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันเกิดจากเส้นเลือดบริเวณหัวใจขาดความยืดหยุ่น สาร Xanthone ช่วยส่งเสริมความเข้มแข็งของเส้นเลือด พร้อมต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ เมื่อเส้นเลือดแข็งแรง จะทำให้อัตราการเกิดโรคหัวใจลดลง

ช่วยต่อสู้และยับยั้งเซลล์มะเร็ง จากผลวิจัยบ่งบอกว่า สารสกัดจากมังคุด (Xanthone) ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของ เซลล์ลูคีเมีย และช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ซึ่งเป็นสาเหตุของการกระตุ้นมะเร็งเต้านม มะเร็งในตับ มะเร็งในกระเพาะอาหาร และมะเร็งในปอด

ช่วยต้านโรคติดต่อ ผลการวิจัย ที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย พบว่าสารสกัดจากมังคุด (Xanthone) สามารถหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้

ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว อาการผิวเสียต่างๆ เช่น โรคผิวหนังอักเสบ ผิวเปื่อย พุพอง สิว โรคเรื้อน ผื่นแดง ตัวเปลือกในมังคุดสามารถรักษาโรคได้โดยวิธีธรรมดา อย่างการใช้ยา สเตลอรอยด์ และครีมต่างๆ แต่จากการนำสารสกัดจากมังคุด (Xanthone) ไปประยุกต์ใช้รักษาโรคผิวหนังต่างๆ สามารถพิสูจน์ได้ว่าสามารถรักษาโรคผิวหนังได้ โดยไม่มีอาการแพ้หรืออาการข้างเคียงอื่นๆ

ช่วยป้องกันปัญหาทางสายตา โรคต้อหิน ต้อกระจก จากรังสีที่เข้ามาทำลายโปรตีนของเลนส์ในดวงตา ซึ่งสามารถป้องกันได้ ด้วยสารสกัดจากมังคุด (Xanthone)

ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ สารสกัดจากมังคุด (Xanthone) ได้ถูกนำมาทำเป็นยาต้านโรคไขข้ออักเสบและอาการอักเสบ และยังเป็นยาป้องกันโรคภูมิแพ้โดยไม่มีผลทำให้ง่วงนอน และผลข้างเคียงอื่นๆ

และปัจจุบันมังคุด นำมาแปรรูปในรูปแบบต่างๆ มากมาย ที่มีประโยชน์ในการดูเเลตัวเองของมนุษย์อย่างเราได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน และอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถดูแลช่องปากด้วยการสกัดสารจากเปลือกมังคุด และสมุนไพรอีก 14 ชนิด ของ มายบาซิน สเปรย์พ่นช่องปาก ที่สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสในช่องปากและลำคอ ลดอาการอักเสบช่องปาก ระงับกลิ่นปาก บรรเทาอาการแผลในช่องปาก ลดอาการเหงือกอักเสบ บรรเทาอาการระคายคอ นอกจากนี้ยังไม่มีน้ำตาล แต่ใช้ Xylitol ไซลิทอล ให้ความหวานแทนน้ำตาล ทำให้ชุ่มคอ และไม่ก่อให้เกิดฟันผุ

มายบาซิน สเปรย์พ่นคอ สูตรสารสกัดจากเปลือกมังคุด (MyBacin With Mangosteen Extact Trospray) มีติดตัวไว้แล้วอุ่นใจ ดีต่อสุขภาพช่องปากคุณ…